ออสเตรเลียนิรโทษกรรมปืนเถื่อนมากกว่า 57,000 กระบอก

ชาวออสเตรเลียส่งมอบอาวุธปืนที่ไม่ได้จดทะเบียนมากกว่า 57,000 กระบอกให้แก่รัฐบาล ในช่วงเวลา 3 เดือนของ “การนิรโทษกรรมปืนแห่งชาติ” เมื่อปีที่แล้ว สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ว่ากระทรวงยุติธรรมของออสเตรเลียออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการเรียกคืนอาวุธปืนไม่มีใบอนุญาตโดยละเว้นบทลงโทษแก่ผู้ครอบครอง หรือ “โครงการนิรโทษกรรมอาวุธปืน”

ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 1 ก.ค. ถึง 30 ก.ย.ปีที่แล้ว ปรากฎว่ามีประชาชนส่งมอบอาวุธปืนให้แก่เจ้าหน้าที่รวมทั้งสิ้น 57,324 กระบอก ซึ่งจากจำนวนดังกล่าวเกือบ 2,500 กระบอกเป็นปืนไรเฟิลอัตโนมัติและปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ ด้านนายแองกัส เทย์เลอร์ รัฐมนตรีด้านการบังคับใช้กฎหมายและความปลอดภัยทางไซเบอร์ของออสเตรเลีย กล่าวขอบคุณประชาชนที่ส่งมอบอาวุธปืนให้แก่เจ้าหน้าที่ ว่าออสเตรเลียได้แสดงแบบอย่างที่ดีของความร่วมมือร่วมใจระหว่างภาครัฐกับประชาชน ในการรักษาความปลอดภัยแก่ชุมชนให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก
 
อย่างไรก็ตาม เทย์เลอร์ย้ำว่าช่วงเวลาของการผ่อนผันได้หมดลงแล้ว หมายความว่าผู้กระทำผิดในข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจรับโทษจำคุกสูงสุดนานถึง 14 ปี หรือปรับเป็นเงินสูงสุด 280,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ( ราว 6.9 ล้านบาท ) ขณะที่แนวทางดำเนินการขั้นต่อไปของรัฐบาลในเรื่องนี้ คือการออกกฎหมายเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการลำเลียงอาวุธปืนเข้าประเทศ โดยกฎหมายของออสเตรเลียระบุว่าปืน “ทุกกระบอก” ในประเทศต้องขึ้นทะเบียน ไม่ว่าจะได้มาโดยวิธีการใดและจากที่ใดก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังคงมีอาวุธปืนราว 260,000 กระบอก หลุดรอดจากการตรวจสอบนี้ไปได้ สำหรับโครงการนิรโทษกรรมอาวุธปืนของออสเตรเลียในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเหตุกราดยิงที่เมืองพอร์ต อาร์เธอร์ ในรัฐแทสเมเนีย ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย เมื่อปี 2539 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 35 คน ถือเป็นเหตุกราดยิงครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ หลังจากนั้นรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีจอห์น โฮวาร์ด ออกกฎหมายควบคุมการครอบครองอาวุธปืนหลากหลายประเภท และออสเตรเลียไม่เคยเกิดเหตุกราดยิงรุนแรงอีกจนถึงปัจจุบัน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

This entry was posted in news.