อัยการฟ้อง “วัฒนา” ทุจริตบ้านเอื้ออาทร 2 ข้อหาหนัก

อัยการฟ้อง “วัฒนา” ทุจริตบ้านเอื้ออาทร 2 ข้อหาหนัก พร้อมพวก ผิด ม.148 – พ.ร.บ.ความผิดองค์กรรัฐฯ ลุ้นได้ประกันหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 พ.ค.) ที่ห้องประชุม 501 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายวัฒนา หรือไก่ เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ที่ปรึกษากฎหมาย เดินทางมารายงานตัวต่อคณะทำงานอัยการคดีปราบปรามทุจริต 2 ตามที่นัด เพื่อส่งตัวพร้อมสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้ประสานพาตัวผู้ถูกกล่าวหา เพื่อฟังคำสั่ง ขณะที่ มีผู้ถูกกล่าวหาทยอยเดินทางมารายงานตัว

นายวัฒนา เปิดเผยว่า วันนี้ มารายงานตัวกับอัยการตามที่นัดหมาย เมื่อพบแล้วจะพาไปที่ศาลฎีกาฯ เพื่อฟ้องคดี ตามขั้นตอนจะต้องขอประกันตัว ส่วนจะต้องใช้หลักทรัพย์เท่าไร ยังไม่ทราบล่วงหน้า แต่ที่เคยขอประกันตัวในคดีเก่าๆ เคยใช้หลักทรัพย์ 2 ล้านบาท ส่วนการสู้คดี คาดว่ากว่าจะเริ่มสืบพยานคงไม่เร็วไปกว่าช่วงสิ้นปี

“ผมพร้อมอยู่แล้ว ประเด็นง่ายๆ ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน คดีนี้เริ่มจากการรัฐประหาร เป็นเรื่องที่ถูกขู่มาก่อนจะโดนข้อหาอื่นๆ ปี 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ก็ขู่ หลังจากนั้นก็ไปถูกชกที่สนามบอล ถูกอุ้มเข้าค่าย ถูกดำเนินคดีที่ศาลทหาร ถูกตั้งข้อหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ผิดปกติ ผมยินดีด้วยที่คดีมาถึง เพราะอยู่ที่ ป.ป.ช.นานเกินไปตั้ง 10 กว่าปี จะได้จบ” นายวัฒนา กล่าว

เมื่อถามว่า ท่าทีทางการเมืองที่เห็นต่างกับผู้มีอำนาจมาตลอด กังวลหรือไม่ว่าจะเป็นปัญหาในการสู้คดี นายวัฒนา กล่าวว่า แค่มีคดีเพิ่มขึ้นอีก 1 คดี ไม่ใช่แค่คดีเดียว เพิ่งได้รับการติดต่อจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จะแจ้งข้อหาเพิ่ม ว่างเมื่อไรก็ต้องไปรับทราบข้อหา

“ผมไม่มีอะไรที่ต้องกังวล กังวลอย่างเดียว คือไม่ได้สู้ในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมชาติ เพราะอำนาจเผด็จการแทรกแซงไปทุกองค์กร เหลือกระบวนการสุดท้าย คือศาล ที่เราต้องไปต่อสู้ กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นผมไม่เคยเชื่อตั้งนานแล้ว” นายวัฒนา กล่าว พร้อมยืนยันว่าไม่หนีคดี เพราะนี่ไม่ใช่คดีแรก แต่โดนมาหลายคดีแล้ว และยกฟ้องหมด คดีนี้เป็นคดีสุดท้ายสำหรับคดีอาญานักการเมือง

ด้าน นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ที่ปรึกษากฎหมายนายวัฒนา เปิดเผยว่า วันนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ทั้งหมด 5 ล้านบาท เบื้องต้น หากยื่นฟ้อง เราจะยื่นหลักทรัพย์เสนอศาลก่อน 2 ล้านบาท โดยเทียบเคียงจากคดีจัดซื้อรถเรือดับเพลิงของ กทม.ที่ นายวัฒนา เคยถูกฟ้องในมาตรา 157 ซึ่งขณะนั้นก็ได้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 2 ล้านบาท ส่วนคดีวันนี้ เท่าที่ทราบ นายวัฒนาถูกกล่าวหา 2ข้อหา ตามมตรา 148 ที่อัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต เเละ 157 ซึ่งเราก็ยังไม่ทราบว่า ศาลจะกำหนดมาตรฐานวงเงินประกันไว้ที่เท่าใด หากศาลจะตีราคาประกันเพิ่มมากกว่า 5 ล้านบาทเหมือนคดีระบายข้าว จีทูจี ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็คงจะต้องพยายามหาหลักทรัพย์อื่นมาประกอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น. คณะทำงานอัยการคดีปราบปรามทุจริตได้นำคำฟ้อง ที่ลงนามโดยนายเข็มชัย อัยการสูงสุด พร้อมสำนวนไต่สวนของ ป.ป.ช. และเอกสารหลักฐานจำนวน 6 ลังใหญ่ ไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะที่ นายวัฒนา ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาฯ

โดยคำฟ้องของอัยการระบุข้อหาจำเลยว่า นายวัฒนา จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 157, 83, 91

นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ จำเลยที่ 2 ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด แก่ตนเองหรือผู้อื่นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 83, 86, 91

นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ จำเลยที่ 3, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 4, น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง จำเลยที่ 5, น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว จำเลยที่ 6, น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา จำเลยที่ 7, บริษัท เพรซิเด้น อะกริเทรดดิ้ง จำกัด จำเลยที่ 8, บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) จำเลยที่ 9 เป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และสนับสนุนนายมานะ ซึ่งเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 86, 91 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6 .- สำนักข่าวไทย

This entry was posted in news.