อาชญากรไซเบอร์มุ่งเป้าเรียกค่าไถ่แทนแฮกข้อมูล

ไอบีเอ็ม ซิเคียวริตี้ เผยพบปริมาณการเจาะข้อมูลลดลงเกือบ 25 % ในปี 2560 เนื่องจากอาชญากรไซเบอร์หันไปมุ่งเป้าการโจมตีแบบแรนซัมแวร์และการทำลายข้อมูลหากเหยื่อไม่ยอมจ่ายค่าไถ่ ไอบีเอ็ม ซิเคียวริตี้ ประกาศผลการสำรวจ IBM X-Force Threat Intelligence Index ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลเชิงลึกและมุมมองจากการสังเกตุที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านเอ็นด์พอยท์และเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับการปกป้องหลายร้อยล้านแห่งในเกือบ 100 ประเทศ

ซึ่งพบว่าในปีที่ผ่านมามีข้อมูลมากกว่า 2.9 พันล้านรายการที่ถูกเจาะ ซึ่งลดลงจาก 4 พันล้านรายการในปี 2559 ทั้งนี้ตัวเลขการละเมิดข้อมูลจะยังค่อนข้างสูง และในปี 2560 ได้ชื่อว่าเป็นปีแห่งแรนซัมแวร์ เพราะเหตุโจมตีจากแรนซัมแวร์อย่าง WannaCry, NotPetya และ Bad Rabbit ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนในวงกว้างในหลายอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังพบเหตุละเมิดข้อมูลอันเกิดจากการตั้งค่าระบบโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์ผิด ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 424% โดยสาเหตุสำคัญมาจากความผิดพลาดของผู้ปฏิบัติงาน (Human Error) และธุรกิจบริการทางการเงินเป็นอุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีสำเร็จสูงสุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากการถูกโจมตีในสัดส่วน 27 % เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ

นายกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าในปีที่ผ่านมากลุ่มอาชญากรรมไม่เพียงแต่เจาะข้อมูล แต่หันมาให้ความสำคัญอย่างเห็นได้ชัดกับการล็อกข้อมูลผ่านการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ การโจมตีเหล่านี้ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณข้อมูลที่ถูกเจาะ แต่วัดจากจำนวนเงินค่าไถ่ที่อาชญากรไซเบอร์เรียกจากองค์กรเหล่านั้น ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับการละเมิดข้อมูลรูปแบบเก่า ดังนั้นความสามารถขององค์กรในการคาดการณ์การโจมตีเหล่านี้ รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อม จะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะมีแนวโน้มว่ากลุ่มอาชญากรไซเบอร์จะเดินหน้าพัฒนาวิธีการที่ทำเงินได้สูงสุดต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

 

This entry was posted in news.